TRIUMPH ROCKET 3 TFC ปี 19 มอไซด์ของพรีเมี่ยม 750 คันทั่วโลก

TRIUMPH ROCKET 3 TFC ปี 19 มอไซด์ของพรีเมี่ยม 750 คันทั่วโลก

เครื่องยนต์
TRIUMPH ROCKET 3 TFC ปี 19 มอไซด์ของพรีเมี่ยม 750 คันทั่วโลก             Triumpt THC รุ่น 2 ที่มีแผนเปิดตัวออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ นับเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงทางด้านวิศวกรรมในไสตล์อังกฤษขนานแท้ นั่นคือ New 2019 Rocket 3 TFC ที่ถูกออกแบบขึ้นมาให้เป็นที่สุดของรถจักรยานยนต์ เรียกได้ว่าถูกผลิตขึ้นมาเป็นของพรีเมี่ยมอย่างแท้จริง เนื่องจากแต่ละรุ่นมีเพียง 750 คันทั่วโลกเท่านั้น โดยรถแต่ละคันก็มีการตอกหมายเลข รวมถึงป้ายสักญลักษณ์เฉพาะกำกับเอาไว้ ที่สำคัญยังมีชุดอุปกรณ์ Rocket 3 TFC สุดพิเศษมอบให้ด้วยเช่นกัน มอไซด์ของพรีเมี่ยมคันนี้ มาพร้อมขุมกำลังมหาศาลและเครื่องยนต์ขนาดใหญ่สุดในโลก ทางด้านสมรรถนะมอไซด์ที่ถูกผลิตขึ้นเป็นของพรีเมี่ยมคันนี้ ก็มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 3 สูบ ขนาด 2,500 ซีซี ที่ถูกออกแบบมาใหม่ ให้กลายมาเป็นเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งถูกสรรสร้างขึ้นบนสายการผลิตรถมอเตอร์ไซด์คุณภาพ ที่สำคัญยังมีแรงบิดสูงถึง 221 นิวตันเมตร นับว่ามีแรงบิดสูงที่สุดในบรรดาการผลิตมอไซทั้งหมด นอกจากนี้ Rocket 3 TFC ยังเป็นรถมอเตอร์ไซด์ของไทรอัมพ์ที่ทรงพลังมากที่สุดด้วยเช่นกัน โดยมาพร้อมกำลังสูงสุดกว่า 170 แรงม้า ออฟชั่นที่หลากหลาย ถูกยัดลงไปในมอเตอร์ของพรีเมี่ยมคันนี้ ส่วนในเรื่องลักษณะรูปร่างมอไซด์ของพรีเมี่ยมคันนี้ ก็ยังมีขนาดใหญ่โตอย่างไม่น่าเชื่อ ผ่านการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ทั้งหมด ไล่ตั่งแต่ไฟหน้า LED ท่อไอเสียรวมออก 3 ทางที่สุดแห่งนวัตกรรม สวิงอาร์มแขนเดี่ยว ชุดติดตั้งเบาะหนังคู่และเดี่ยวที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ ที่สำคัญตัวรถยังทำให้ขึ้นจากเส้นใบคาร์บอน จึงช่วยให้น้ำหนักของเจ้ายักษ์คันนี้ ลดลงไปได้อีกมาก เมื่อเทียบกับขนาดรูปร่างที่ใหญ่โต สำหรับ ALL NEWTRIUMPH ROCKET 3 TFC คันนี้ มีน้ำหนักเบายิ่งกว่ารุ่นก่อนกว่า 40 กิโลกรัม ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์เฉพาะตัว โดยพาะเบรก BremboStylemaMonobloc ปั๊มเบรก Brembo MCS และก้านเบรกแบบปรับระดับได้ รวมไปถึงระบบกันการสั่นสะเทือนของ Showa ที่สามารถปรับได้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากถูกผลิตขึ้นมาเพียง 750 คันทั่วโลก จึงทำให้ ไทรอัมพ์ Rocket TFC กลายมาเป็นของพรีเมี่ยมสุดพิเศษ โดยรถแต่ละคันถูกประทับแผ่นตราสัญลักษณ์ TFC ลงไป และปุกรณ์ต่าง ๆ ที่ติดรถมาบางส่วนก็ถูกลงรายละเอียดให้เป็นสีทอง รวมถึงแผ่นตราหมายเลขรถที่อยู่บนแผงคอ ทำให้รถแต่ละคันมีความโดดเด่นสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งจะไม่ถูกผลิตขึ้นอีกแล้ว ผู้ที่เป็นเจ้าของ Rocket TFC ทุกคนจะได้รับชุดอุปกรณ์ TFC สุดพิเศษ ซึ่งเป็นของเฉพาะตัวของรถแต่ละคัน โดยมีหนังสือที่ระบุหมายเอาไว้ พร้อมด้วยลายเซ็นที่ลงนามโดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไทรอัมพ์ อย่าง Nick Bloor รวมถึงกระเป๋าหนังแบรนด์ TFC และผ้าคลุมรถ Rocket 3 TFC ที่แสนสวยงาม.…
Read More
วิธีดูแลแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ให้ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น

วิธีดูแลแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ให้ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น

เครื่องยนต์
วิธีดูแลแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ให้ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น             แบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า (Traction Battery) คือวัสดุสิ้นเปลืองประเภทหนึ่งที่มีอายุการใช้งานอย่างจำกัด ซึ่งอายุการใช้งานสามารถยาวนานได้แค่ไหนนั้น ล้วนขึ้นอยู่กับคุณภาพของแบตเตอรี่และขั้นตอนการบำรุงรักษาที่ถูกวิธีเป็นหลัก สำหรับปัจจัยหลักที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานโดยตรงของแบตเตอรี่ คือ รูปแบบการบำรุงรักษา ความถี่ของการใช้งาน และจำนวนแบตเตอรี่ที่มีความจำเป็นต้องใช้ ต่อรถหนึ่งคัน รวมถึงความถี่ในการชาร์จแบตเตอรี่ด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้งหมดคือสิ่งสำคัญที่เป็นตัวกำหนดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ วิธีปฏิบัติที่ผิดหลัก ในขณะปฏิบัติงานและบำรุงรักษาแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า 1.เติมน้ำกลั่นจน “มาก” หรือ “น้อย” กว่าค่ามาตรฐานที่กำหนด – รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าเกือบทุกรุ่น ต้องมีการขีดค่าระดับน้ำกลั่นที่ถูกต้องและเหมาะสมเอาไว้อยู่แล้ว ไม่ควรเติมมาก-น้อยจนเกินไป หรือเติมบ่อย ๆ เนื่องจากเซลล์แบตเตอรี่จำเป็นต้องทำงานในสภาพความเข้มขนของกรดที่มีความเหมาะสมเท่านั้น หากเติมน้ำกลั่นมาก หรือน้อยเกินไป ก็ส่งผลให้ค่าความเข้มข้ยลดต่ำและเพิ่มสูงขึ้นได้ จนทำประสิทธิภาพแบตเตอรี่ด้อยลง 2.ใช้งานจนพลังงานแบตเตอรี่ต่ำกว่าที่กำหนด – ถ้าไม่อยากให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วกว่าที่กำหนดเอาไว้ ก็ห้ามปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยงจนเครื่องดับ ต้องชาร์จทันทีเมื่อแบตเตอรี่เหลือน้อย โดยปกติได้กำหนดไว้ว่าห้ามเหลือต่ำกว่า 20% ควรสังเกตุระดับพลังงานแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ หากพบว่าระดับพลังงานลดลงถึงกำหนดเมื่อไหร่ ต้องรีบชาร์จทันที หากฝืนใช้อย่างต่อเนื่องก็ส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพไวกว่าเดิมได้ 3.ไม่ตรวจวัดค่าความถ่วงจำเพาะของน้ำกรดในแบตเตอรี่ – ห้ามละเลยขั้นตอนนี้เป็นอันขาด เพราะแบตเตอรี่ต้องทำงานในสภาพค่าความเข้มข้นของกรดที่เหมาะสม นั่นหมายถึงค่าความถ่วงจำเพาะ หากค่านี้ลดลง หรือเพิ่มสูงขึ้นเกินค่ามาตรฐาน นอกจากส่งผลเสียต่อศักยภาพของแบตเตอรี่แล้ว ยังทำให้เกิดความเสื่อมในเซลล์แบตเตอรี่อีกด้วย 4.ชาร์จแบตฯเสร็จแล้ว นำรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าไปใช้งานทันที - ในขณะชาร์ตแบตเตอรี่ จะมีความร้อนเกิดขึ้นและเพิ่มปริมาณสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงระดับสูงสุด ซึ่งยังสภาพนั้นไปจนกว่าการชาร์จเสร็จสิ้นลง โดยส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 8 – 24 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง หากนำไปใช้งานทันที กระบวนการจ่ายไฟที่เกิดขึ้นในเซลล์แบตเตอรี่ก็ทำให้เกิดพลังงานความร้อนขึ้นด้วยเช่นกัน 5.ก็บแบตเตอรี่ไว้นาน ไม่ได้ใช้ และขาดการดูแล – ขณะปฏิบัติงานจริงจำเป็นต้องมีแบตเตอรี่สำรองจำนวนมากเพียงพอ เทียบกับช่วงเวลาเร่งรีบที่สุด ดังนั้นก็มีโอกาสที่แบตเตอรี่บางส่วนถูกเก็บเอาไว้ และไม่ถูกนำมาใช้งานเป็นเวลานาน ซึ่งแบตเตอรี่กลุ่มนี้ต้องได้รับการดูแลเช่นเดียวกับแบตฯของรถที่ถูกใช้งาน ไม่เช่นนั้นก็ยิ่งทำให้อายุของแบตลดน้อยลงกว่าเกิมได้ วิธีชาร์จแบตเตอรี่ที่ถูกต้องของรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า 1.ห้ามทำให้เกิดประกายไฟขณะในขณะชาร์จทุกกรณี เพราะแบตเตอรี่มีส่วนที่ติดไฟได้ง่ายรวมอยู่ด้วย 2.ชาร์จแบตเตอรี่ทันที่ ในขณะที่ไฟคงเหลือถึงขีดที่กำหนด ห้ามฝืนใช้เกินกำหนด 3.ก่อนดำเนินการการชาร์จไฟเพิ่ม ต้องตรวจวัดให้แน่ใจก่อนว่าค่าน้ำกรดนั้น มีไม่ต่ำกว่า 1.14 4.คอยดูแลเรื่องของอุณหภูมิแบตเตอรี่ขณะทำการชาร์จด้วย โดยรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าต้องมีอุณหภูมิของแบตไม่เกินไปกว่า 50 องศาเซลเซียส. ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความ http://www.ti-techin.com/
Read More