TRIUMPH ROCKET 3 TFC ปี 19 มอไซด์ของพรีเมี่ยม 750 คันทั่วโลก

TRIUMPH ROCKET 3 TFC ปี 19 มอไซด์ของพรีเมี่ยม 750 คันทั่วโลก

เครื่องยนต์
TRIUMPH ROCKET 3 TFC ปี 19 มอไซด์ของพรีเมี่ยม 750 คันทั่วโลก             Triumpt THC รุ่น 2 ที่มีแผนเปิดตัวออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ นับเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงทางด้านวิศวกรรมในไสตล์อังกฤษขนานแท้ นั่นคือ New 2019 Rocket 3 TFC ที่ถูกออกแบบขึ้นมาให้เป็นที่สุดของรถจักรยานยนต์ เรียกได้ว่าถูกผลิตขึ้นมาเป็นของพรีเมี่ยมอย่างแท้จริง เนื่องจากแต่ละรุ่นมีเพียง 750 คันทั่วโลกเท่านั้น โดยรถแต่ละคันก็มีการตอกหมายเลข รวมถึงป้ายสักญลักษณ์เฉพาะกำกับเอาไว้ ที่สำคัญยังมีชุดอุปกรณ์ Rocket 3 TFC สุดพิเศษมอบให้ด้วยเช่นกัน มอไซด์ของพรีเมี่ยมคันนี้ มาพร้อมขุมกำลังมหาศาลและเครื่องยนต์ขนาดใหญ่สุดในโลก ทางด้านสมรรถนะมอไซด์ที่ถูกผลิตขึ้นเป็นของพรีเมี่ยมคันนี้ ก็มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 3 สูบ ขนาด 2,500 ซีซี ที่ถูกออกแบบมาใหม่ ให้กลายมาเป็นเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งถูกสรรสร้างขึ้นบนสายการผลิตรถมอเตอร์ไซด์คุณภาพ ที่สำคัญยังมีแรงบิดสูงถึง 221 นิวตันเมตร นับว่ามีแรงบิดสูงที่สุดในบรรดาการผลิตมอไซทั้งหมด นอกจากนี้ Rocket 3 TFC ยังเป็นรถมอเตอร์ไซด์ของไทรอัมพ์ที่ทรงพลังมากที่สุดด้วยเช่นกัน โดยมาพร้อมกำลังสูงสุดกว่า 170 แรงม้า ออฟชั่นที่หลากหลาย ถูกยัดลงไปในมอเตอร์ของพรีเมี่ยมคันนี้ ส่วนในเรื่องลักษณะรูปร่างมอไซด์ของพรีเมี่ยมคันนี้ ก็ยังมีขนาดใหญ่โตอย่างไม่น่าเชื่อ ผ่านการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ทั้งหมด ไล่ตั่งแต่ไฟหน้า LED ท่อไอเสียรวมออก 3 ทางที่สุดแห่งนวัตกรรม สวิงอาร์มแขนเดี่ยว ชุดติดตั้งเบาะหนังคู่และเดี่ยวที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ ที่สำคัญตัวรถยังทำให้ขึ้นจากเส้นใบคาร์บอน จึงช่วยให้น้ำหนักของเจ้ายักษ์คันนี้ ลดลงไปได้อีกมาก เมื่อเทียบกับขนาดรูปร่างที่ใหญ่โต สำหรับ ALL NEWTRIUMPH ROCKET 3 TFC คันนี้ มีน้ำหนักเบายิ่งกว่ารุ่นก่อนกว่า 40 กิโลกรัม ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์เฉพาะตัว โดยพาะเบรก BremboStylemaMonobloc ปั๊มเบรก Brembo MCS และก้านเบรกแบบปรับระดับได้ รวมไปถึงระบบกันการสั่นสะเทือนของ Showa ที่สามารถปรับได้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากถูกผลิตขึ้นมาเพียง 750 คันทั่วโลก จึงทำให้ ไทรอัมพ์ Rocket TFC กลายมาเป็นของพรีเมี่ยมสุดพิเศษ โดยรถแต่ละคันถูกประทับแผ่นตราสัญลักษณ์ TFC ลงไป และปุกรณ์ต่าง ๆ ที่ติดรถมาบางส่วนก็ถูกลงรายละเอียดให้เป็นสีทอง รวมถึงแผ่นตราหมายเลขรถที่อยู่บนแผงคอ ทำให้รถแต่ละคันมีความโดดเด่นสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งจะไม่ถูกผลิตขึ้นอีกแล้ว ผู้ที่เป็นเจ้าของ Rocket TFC ทุกคนจะได้รับชุดอุปกรณ์ TFC สุดพิเศษ ซึ่งเป็นของเฉพาะตัวของรถแต่ละคัน โดยมีหนังสือที่ระบุหมายเอาไว้ พร้อมด้วยลายเซ็นที่ลงนามโดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไทรอัมพ์ อย่าง Nick Bloor รวมถึงกระเป๋าหนังแบรนด์ TFC และผ้าคลุมรถ Rocket 3 TFC ที่แสนสวยงาม.…
Read More
วิธีดูแลแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ให้ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น

วิธีดูแลแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ให้ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น

เครื่องยนต์
วิธีดูแลแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ให้ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น             แบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า (Traction Battery) คือวัสดุสิ้นเปลืองประเภทหนึ่งที่มีอายุการใช้งานอย่างจำกัด ซึ่งอายุการใช้งานสามารถยาวนานได้แค่ไหนนั้น ล้วนขึ้นอยู่กับคุณภาพของแบตเตอรี่และขั้นตอนการบำรุงรักษาที่ถูกวิธีเป็นหลัก สำหรับปัจจัยหลักที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานโดยตรงของแบตเตอรี่ คือ รูปแบบการบำรุงรักษา ความถี่ของการใช้งาน และจำนวนแบตเตอรี่ที่มีความจำเป็นต้องใช้ ต่อรถหนึ่งคัน รวมถึงความถี่ในการชาร์จแบตเตอรี่ด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้งหมดคือสิ่งสำคัญที่เป็นตัวกำหนดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ วิธีปฏิบัติที่ผิดหลัก ในขณะปฏิบัติงานและบำรุงรักษาแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า 1.เติมน้ำกลั่นจน “มาก” หรือ “น้อย” กว่าค่ามาตรฐานที่กำหนด – รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าเกือบทุกรุ่น ต้องมีการขีดค่าระดับน้ำกลั่นที่ถูกต้องและเหมาะสมเอาไว้อยู่แล้ว ไม่ควรเติมมาก-น้อยจนเกินไป หรือเติมบ่อย ๆ เนื่องจากเซลล์แบตเตอรี่จำเป็นต้องทำงานในสภาพความเข้มขนของกรดที่มีความเหมาะสมเท่านั้น หากเติมน้ำกลั่นมาก หรือน้อยเกินไป ก็ส่งผลให้ค่าความเข้มข้ยลดต่ำและเพิ่มสูงขึ้นได้ จนทำประสิทธิภาพแบตเตอรี่ด้อยลง 2.ใช้งานจนพลังงานแบตเตอรี่ต่ำกว่าที่กำหนด – ถ้าไม่อยากให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วกว่าที่กำหนดเอาไว้ ก็ห้ามปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยงจนเครื่องดับ ต้องชาร์จทันทีเมื่อแบตเตอรี่เหลือน้อย โดยปกติได้กำหนดไว้ว่าห้ามเหลือต่ำกว่า 20% ควรสังเกตุระดับพลังงานแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ หากพบว่าระดับพลังงานลดลงถึงกำหนดเมื่อไหร่ ต้องรีบชาร์จทันที หากฝืนใช้อย่างต่อเนื่องก็ส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพไวกว่าเดิมได้ 3.ไม่ตรวจวัดค่าความถ่วงจำเพาะของน้ำกรดในแบตเตอรี่ – ห้ามละเลยขั้นตอนนี้เป็นอันขาด เพราะแบตเตอรี่ต้องทำงานในสภาพค่าความเข้มข้นของกรดที่เหมาะสม นั่นหมายถึงค่าความถ่วงจำเพาะ หากค่านี้ลดลง หรือเพิ่มสูงขึ้นเกินค่ามาตรฐาน นอกจากส่งผลเสียต่อศักยภาพของแบตเตอรี่แล้ว ยังทำให้เกิดความเสื่อมในเซลล์แบตเตอรี่อีกด้วย 4.ชาร์จแบตฯเสร็จแล้ว นำรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าไปใช้งานทันที - ในขณะชาร์ตแบตเตอรี่ จะมีความร้อนเกิดขึ้นและเพิ่มปริมาณสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงระดับสูงสุด ซึ่งยังสภาพนั้นไปจนกว่าการชาร์จเสร็จสิ้นลง โดยส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 8 – 24 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง หากนำไปใช้งานทันที กระบวนการจ่ายไฟที่เกิดขึ้นในเซลล์แบตเตอรี่ก็ทำให้เกิดพลังงานความร้อนขึ้นด้วยเช่นกัน 5.ก็บแบตเตอรี่ไว้นาน ไม่ได้ใช้ และขาดการดูแล – ขณะปฏิบัติงานจริงจำเป็นต้องมีแบตเตอรี่สำรองจำนวนมากเพียงพอ เทียบกับช่วงเวลาเร่งรีบที่สุด ดังนั้นก็มีโอกาสที่แบตเตอรี่บางส่วนถูกเก็บเอาไว้ และไม่ถูกนำมาใช้งานเป็นเวลานาน ซึ่งแบตเตอรี่กลุ่มนี้ต้องได้รับการดูแลเช่นเดียวกับแบตฯของรถที่ถูกใช้งาน ไม่เช่นนั้นก็ยิ่งทำให้อายุของแบตลดน้อยลงกว่าเกิมได้ วิธีชาร์จแบตเตอรี่ที่ถูกต้องของรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า 1.ห้ามทำให้เกิดประกายไฟขณะในขณะชาร์จทุกกรณี เพราะแบตเตอรี่มีส่วนที่ติดไฟได้ง่ายรวมอยู่ด้วย 2.ชาร์จแบตเตอรี่ทันที่ ในขณะที่ไฟคงเหลือถึงขีดที่กำหนด ห้ามฝืนใช้เกินกำหนด 3.ก่อนดำเนินการการชาร์จไฟเพิ่ม ต้องตรวจวัดให้แน่ใจก่อนว่าค่าน้ำกรดนั้น มีไม่ต่ำกว่า 1.14 4.คอยดูแลเรื่องของอุณหภูมิแบตเตอรี่ขณะทำการชาร์จด้วย โดยรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าต้องมีอุณหภูมิของแบตไม่เกินไปกว่า 50 องศาเซลเซียส. ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความ http://www.ti-techin.com/
Read More
เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนใช้บริการรถเช่าเชียงใหม่ในสนามบิน

เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนใช้บริการรถเช่าเชียงใหม่ในสนามบิน

รถยนต์
เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนใช้บริการรถเช่าเชียงใหม่ในสนามบิน             ไม่ใช่แค่เรื่องราคาเท่านั้น ในการนำมาเป็นข้อพิจารณาเลือกบริษัทเช่ารถ เพราะคนขับก็ต้องมีความพร้อมในหลายด้านด้วยเช่นกัน ซึ่งคุณสมบัติของผู้เช่ารถนั้น ถือเป็นสารถสำคัญอย่างยิ่ง ก่อนตัดสินใจเช่ารถมาขับขี่ ซึ่งคนขับควรต้องมีสิ่งดังต่อไปนี้ด้วย 1.ตรวจเช็คใบขับขี่ ก่อนใช้บริการรถเช่าเชียงใหม่ สำหรับขั้นตอนการเช่ารถตามร้านรถเช่าเชียงใหม่นั้น ทางร้านที่ให้บริการจะให้ผู้มาเช่าระบุรายละเอียดต่าง ๆ ลงไป สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยคือใบขับขี่ตัวจริง ซึ่งร้านรถเช่าในเชียงใหม่นั้น มีกำหนดเอาไว้ว่า บุคคลใดก็ตามที่ไม่มีใบขับขี่มายื่น ก็ไม่สามารถเช่ารถออกไปขับขี่ได้ ที่สำคัญใบขับขี่นั้น ต้องทำมาแล้วไม่น้อยไปกว่า 1 ปี ใบขับขี่ต้องไม่ขาดอายุ พร้อมด้วยบัตรประชาชนที่ยังไม่หมดอายุด้วย ส่วนในกรณีที่ไม่มีบัตรประชาชน ก็สามารถใช้หนังสือเดินทางตัวจริงมายืนยันแทนได้ 2.อายุของผู้ขับขี่ต้องถึงเกณฑ์ที่กำนหนด ก่อนใช้บริการรถเช่าเชียงใหม่ ร้านรถเช่าเชียงใหม่จำนวนหลายร้าน มีกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้มาใช้บริการเช่ารถด้วย โดยอาจกำหนดไว้แตกต่างกันไป แต่ส่วนมากมักระบุไว้ว่า ต้องมีอายุมากกว่า 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรือในบางแห่งมีการระบุไว้เลยว่าต้องมีอายุตั่งแต่ 23 ขึ้นไป หากผู้มาใช้บริการมีอายุต่ำกว่านี้ ก็ไม่สามารถเช่ารถออกไปขับขี่ได้ หรือในกรณีที่ผู้เช่ารถมีอายุ 18-21 ปี ก็ต้องบวกค่าเช่ารถเพิ่มเติมอีก ไม่สามารถซื้อประกันแบบ No – Deduct ได้ ซึ่งประกันตัวนี้มีความสำคัญมาก เพราะผู้มาเช่ารถไม่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายใดใดทั้งสิ้น เมื่อประสบอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูก หรือเป็นผ่ายผิดก็ตาม 3.มีบัตรเครดิตและวงเงินเพียงพอ ตามที่ร้านรถเช่าเชียงใหม่กำหนด ตามสัญญาการเช่ารถนั้น มีระบุเงื่อนไขว่าผู้ติดต่อขอเช่ารถนั้น ต้องมีบัตรเครดิตและมีวงเงินเพียงพอสำหรับนำมาใช้จ่ายเงินมัดจำในการเช่ารถออกไปขับขี่ โดดยแต่ละร้านก็มีระบุวงเงินเอาไว้ไม่เท่ากัน เช่น 5,000 บาท 10,000-20,000 บาท หรือ 30,000 บาท ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับประเภทรถที่ต้องการเช่าด้วย จึงควรตรวจสอบราคาให้แน่ใจก่อน เพราะหลังจากคืนรถแล้วจะไม่ได้รับเงินมัดจำผ่านบัตรเครดิต 4.ผู้เช่าต้องเป็นคนขับขี่เท่านั้น ตามข้อกำหนดของร้านรถเช่าเชียงใหม่ ผู้ที่ขับขี่รถนั้น ต้องเป็นบุคคลเดียวกับผู้ที่มาใช้บริการเช่ารถเชียงใหม่ที่สนามบิน พร้อมกับต้องมีบัตรเครดิตที่มีวงเงินประกันจ่ายมัดจำไว้ด้วย หากคนเช่ารถไม่มีบัตรเครดิต แล้วนำบัตรของคนอื่นมาใช้แทน ก็สามารถทำได้ในกรณีที่จ่ายค่ำธรรมเนียมเพิ่มเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการเพิ่มผู้ขับขี่เข้ามาอีก 1 ทาน โดยต้องจ่ายเพิ่มวันละ 500 บาท 5.ทั้งผู้มาติดต่อใช้บริการเช่ารถเชียงใหม่ หรือผู้ขับขี่ ต้องปราศจากเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ เป็นที่ทราบกันดีว่า การบริโภคเรื่องดื่มแอลกอฮอร์ทั้งหลาย ส่งผลให้ความสามารถในการขับขี่ยานภาหนะลดลง ดังนั้น ประกันภัยจึงไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ หากผู้ขับขี่ดื่มแอลกอฮอร์แล้วประสบอุบัติเหตุ ก็จะไม่ได้รับค่าสินไหมทดแทนอีกด้วย ส่งผลให้ผู้เช่าต้องเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด.
Read More
ระทึกขวัญ รถพ่วง 22 ล้อเทกระจาด ผนังคอนกรีต 20 ตันหล่นเกลื่อน ไร้ผู้บาดเจ็บ

ระทึกขวัญ รถพ่วง 22 ล้อเทกระจาด ผนังคอนกรีต 20 ตันหล่นเกลื่อน ไร้ผู้บาดเจ็บ

รถยนต์
ระทึกขวัญ รถพ่วง 22 ล้อเทกระจาด ผนังคอนกรีต 20 ตันหล่นเกลื่อน ไร้ผู้บาดเจ็บ             ระทึกขวัญกลางถนน เกือบเกิดโศกนาฎกรรม หลังรถพ่วง 22 ล้อ บรรทุกผนังคอนกรีตสำเร็จรูปหนัก 20 ตัน จอดติดไฟแดงหน้าโรงเรียนบ้านฉลอง โดยคนขับได้สังเกตเห็นรถบรรทุกเอียง จึงตะโกนสั่งให้รถที่อยู่บริเวณด้านข้างถอยออกมาได้อย่างหวุดหวิด ก่อนแผ่นคอนกรีตทั้งหมด ได้เทกระจายเกลื่อนท้องถนน ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ พ.ต.ท.คะแนน สมรักษ์สารวัตร (สอบสวน) สภ.ฉลอง พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบยังสถานที่เกิดเหตุ จากผลการตรวจสอบในเบื้องต้น ได้พบกับรถพ่วง 22 ล้อ หมายเลขทะเบียน 70-125 ภูเก็ต จอดคาอยู่หน้าไฟแดง โดยบริเวณท้ายรถพ่วงที่บรรทุกแผ่นผนังคอนกรีตสำเร็จรูป จำนวน 7 แผ่น น้ำหนักรวมกว่า 20 ตัน ได้หล่นลงมาบนถนนเกลื่อนกลาด ส่งผลให้รั้วกันริมถนนได้รับความเสียหาย มีการจราจรติดขัด ซึ่งรถขาเข้า ต.ฉลองไม่สามารถผ่านเข้าออกได้ตามปกติ จึงได้ติดต่อประสานไปยังเทศบาลตำบลฉลอง เพื่อขอกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเข้ามาขนย้ายยังจุดเกิดเหตุ หลังได้รับการประสานงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง พร้อมด้วยนายกเทศมนตรีตำบลฉลอง จึงได้ออกคำสั่งให้สมาชิกเทศบางตำบลฉลอง พร้อมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย เจ้าหน้าที่เทศบางตำบลฉลอง นำรถตรวจการและกรวยปิดกั้นการจราจร เข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับทีมเครื่องจักรของเอกชน ที่เข้ามาช่วยขนย้ายคอนกรีตออกจากพื้นที่การจราจร ซึ่งมีรถติดยาวหลายกิโลเมตร คนขับรถบรรทุกผนังคอนกรีตเผย ขณะนั่งอยู่รู้สึกรถเอียงซ้ายมากผิดปกติ ผลการสอบถาม นายสมบุญ พวงนุ่น คนขับรถ จึงทราบว่า รถได้บรรทุกผนังคอนกรีตสำเร็จรูปจำนวน 7 แผ่น น้ำหนักรวมกว่า 20 ตัน ออกมาจากบริษัทที่ตั้งอยู่ใน อ.ถลาง เพื่อนำไปส่งในซอยยอดเสน่ห์ 2 ต.ฉลอง โดยได้ขับรถเดินทางมาพร้อมผู้ช่วย 1 คน ทว่า เมื่อมาถึงยังจุดเกิดเหตุ รถได้จอดติดรอไปแดง ซึ่งมีทางโค้งที่ถูกออกแบบมาให้รับกับพื้นถนน ขณะนั้นตนรู้สึกว่ารถเอียงซ้ายมากผิดปกติ จึงได้บอกให้ผู้ช่วยที่นั่งมาด้วยเปิดออกไปดู พบว่า ผนังคอนกรีตเกิดเอียงจนเกือบตกรถ จึงสั่งให้ผู้ช่วยลงไปตะโกนบอกคนที่สัญจรบทท้องถนน ซึ่งมีทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ ที่จอดติดไฟแดงอยู่ด้านข้างตัวรถให้ถอยห่างออกไป เนื่องจากเกรงว่าแผ่นคอนกรีตอาจตกใส่ได้ เมื่อรถติดไฟแดงหลายคันได้ขยับหนีออกไปได้สักพัก แผ่นผนังคอนกรีตทั้งหมด ก็ได้เอียงและหล่นลงสู่พื้นถนนในที่สุด พร้อมกับสร้างความเสียหายให้กับรั้วกันถนนทางหลวง ซึ่งโชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากแผ่นคอนกรีตมีน้ำหนักมากเกินไป ทีมงานเครื่องจักรของเอกชน จึงจำเป็นต้องใช้รถเครนขนาดใหญ่สำหรับยกแผ่นคอนกรีตขึ้น ให้รถบรรทุกสามารถขยับออกมาได้ ก่อนที่จะใช้รถตักแผ่นคอนกรีตขึ้นทีละแผ่น เพื่อดสอดเชือกสลิงเข้าไป จากนั้นให้รถเครนยกขึ้นรถบรรทุกสิบล้อ นำไปจัดการตามกระบวนการต่อไป โดยขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมง ก่อนเปิดให้มีการสัญจรตามปกติ.
Read More
ข้อดีของการซื้อรถมือสอง ที่รถมือหนึ่งไม่สามารถให้ได้

ข้อดีของการซื้อรถมือสอง ที่รถมือหนึ่งไม่สามารถให้ได้

รถยนต์
ข้อดีของการซื้อรถมือสอง ที่รถมือหนึ่งไม่สามารถให้ได้             การเลือกซื้อรถมือสอง คือตัวเลือกที่คนชื่นชอบรถใหม่ป้ายแดงไม่มีวันเข้าใจ เพราะขึ้นชื่อว่ารถมือสอง ความอคติต่อรถประเภทนี้ จึงบังเกิดขึ้นหลายประการ ที่ทำให้คนชื่นชอบรถใหม่ป้ายแดงมองหาแต่ข้อเสียของรถมือสองเป็นส่วนใหญ่ โดยลืมไปว่า ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีข้อดีข้อเสีย รวมถึงรถมืองสองเองเช่นเดียวกัน ซึ่งมีข้อดีหลายประการ ดังต่อไปนี้ 1.ซื้อรถมือสอง มีราคาต่ำกว่าป้ายแดง ราคาของรถยนต์มือสอง จัดเป็นเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้หลายคนตัดสินใจเลือกซื้อรถมือสองมาขับขี่ใช้งาน เป็นเพราะว่า เมื่อเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ราคาตัวรถออกใหม่ป้ายแดงจะยิ่งถูกลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถรุ่นเดียวกัน ที่มีการออกโมเดลมาใหม่ ซึ่งมีส่วนสำคัญทำให้ราคามือสองขย่ำลงได้อีก ตัวอย่างเช่น Toyota Corolla Altis 1.8 V รุ่นปี 2014 มีราคาป้ายแดงอยู่ที่ 1,079,000 บาท แต่สามารถหาซื้อมือสองสภาพดีได้ ในราคา 5 แสนบาทต้นๆ เท่านั้น 2.ซื้อรถมือสอง ได้รถที่มีขนาดใหญ่ หรืออาจได้รับคุณภาพที่ดีกว่า คนส่วนใหญ่มักมองว่าของใหม่ ย่อมดีกว่าของที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ซึ่งมุมมองแบบนี้ ไม่สามารถใช้ได้กับทุกเรื่อง โดยเฉพาะรถมือสอง การซื้อรถยนต์ หรือมอไซด์มือสองมาขับขี่ อาจทำให้ได้รับรถรุ่นที่ใหญ่กว่า ทีเพียบพร้อมไปด้วยระบบความปลอดภัย รวมถึงโครงสร้างตัวถังที่ดีกว่า ยังไม่รวมถึงคุณภาพของวัสดุและการประกอบของรถรุ่นที่เล็กกว่า ซึ่งอาจไม่ดีเท่ากับรถรุ่นใหม่ อย่างไรก็ตาม รถมือสองที่ตัดสินใจเลือกซื้อต้องไม่เคยประสบอุบัติเหตุ หรือผ่านการชนหนักมาก่อน เพราะส่งผลต่อความแข็งแรงต่อโครงสร้างและตัวถังของรถ ส่งผลต่อความปลอดภัยอย่างยิ่ง ในกรณีที่ประสบอุบัติเหตุซ้ำอีกครั้ง 3.ซื้อรถมือสอง มีค่าเสื่อมราคาน้อยกว่ารถใหม่ป้ายแดง จงจำให้ขึ้นใจว่า รถ เท่ากับ ลด หากรถที่ครอบครองอยู่นั้น ไม่ได้เป็นที่ต้องการของตลาด หรือขึ้นหิ้งเป็นรถคลาสสิกที่ควรค่าแก่การสะสม ก็จงอย่าหวังว่าราคาจะเพิ่มสูงขึ้นอีก ทันทีที่ตัดสินใจถอยรถใหม่ป้ายแดงออกจากโชว์รูม มูลค่าตัวรถก็จะถูกลงไปแล้วทันที ถึงหลักแสนบาท!! แต่เมื่อตัดสินใจเลือกซื้อรถมือสองมาแล้ว จะไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป เนื่องจากมูลค่าของรถมือสองได้หล่นลงจากรถใหม่ป้ายแดงมาเป็นจำนวนมากแล้ว ดังนั้น หากต้องการเลือกรถมือสองมาใช้งานเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปี แล้วเปลี่ยนใจอยากได้คันใหม่ มูลค่าก็อาจลดลงเพียงหลักหมื่นเท่านั้น โดยขึ้นอยู่กับราคาที่ซื้อมาด้วย. ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความอย่างเป็นทางการ https://www.toyotasure.com/
Read More
ขายรถมือสองให้ได้เงินดีกว่าเดิม ต้องทำตามเทคนิค 4 ข้อ

ขายรถมือสองให้ได้เงินดีกว่าเดิม ต้องทำตามเทคนิค 4 ข้อ

รถยนต์
ขายรถมือสองให้ได้เงินดีกว่าเดิม ต้องทำตามเทคนิค 4 ข้อ             การประกาศขายรถมือสอง เพื่อนำเงินที่ได้มา ไปซื้อรถคันใหม่ที่ถูกใจกว่าเดิม นับเป็นทางเลือกที่มีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งการขายรถ ให้ได้ราคาเป็นไปตามที่กำหนดเอาไว้ ก็อาจเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายดายมากนัก หากรถที่ต้องกานขาย ไม่ได้เป็นที่นิยมในท้องตลาด อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ ช่องทางการขายรถมือสอง ก็มีให้เลือกใช้มากมาย ทั้งขายระบบออฟไลน์ (นำรถไปขายตามเต็นท์รถมือสอง) หรือขายรถระบบออนไลน์ (ลงประกาศขายรถตามเว็บไซต์รถมือสอง) แต่คงต้องทำใจเพื่อเอาไว้บ้าง  เพราะอย่างที่ได้กล่าวไป ว่ารถบางรุ่น บางยี่ห้อ ขายง่าย ได้ราคาดี มีคนอยากซื้อต่อ อาทิเช่น รถตลาด แตกต่างจากรถบางรุ่น บางยี่ห้อ ที่ไม่ได้เป็นที่ต้องการในท้องตลาด อย่าว่าแต่ขายได้ราคาเลย หากขายออกได้ ก็คงให้ความรู้สึกเดียวกัน กับอารมณ์ตอนถูกหวย ดังนั้น หากไม่ใช่รถที่ตลาดต้องการ ต้องใช้เทคนิคเหล่านี้ 1.ขายรถมือสอง ต้องนำรถไปตรวจสภาพก่อน รถมือสองที่ต้องขายคันไหน เข้ารับการตรวจเช็คสภาพมาก่อนแล้ว เพื่อแก้ไข ปรับเปลี่ยน ชิ้นส่วนหรืออะไหล่บางอย่าง ก่อนจะลงขายรถ จะช่วยให้ผู้ซื้อเกิดความมั่นใจ ยิ่งถ้าตรวจผ่านศูนย์บริการที่เชื่อถือได้ ก็สามารถช่วยให้รถขายออกง่ายดายยิ่งขึ้น ถ้าหากนำรถไปขายทั้งที่ใกล้จะถึงเวลานำรถไปตรวจ อาจเกิดการความไม่พึงพอใจกับคนที่มาซื้อได้ 2.ขายรถมือสอง สภาพทุกอย่างต้องเปะ หลังจากนำรถที่ต้องขาย เข้ารับการตรวจสภาพเสร็จสิ้นแล้ว ต่อมาคือ ให้นำรถไปจัดการล้างให้สะอาด ทั้งนี้ การล้างรถเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอ เพราะหากต้องการขายรถให้ได้ราคาที่น่าพอใจด้วยแล้ว ก็มีความจำเป็นต้องทำความสะอาดให้ทั่วทุกซอกทุกมุม ไล่ตั่งแต่ภายใน สู่ภายนอก รวมถึงห้องเครื่องยนต์ ก็ต้องดูแลให้สะอาดเหมือนใหม่ด้วยเช่นกัน เก็บของในห้องโดยสารออกให้หมด พร้อมกับขจัดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ 3.ประเมินราคาซื้อ-ขายรถมือสอง จากผู้เชี่ยวชาญ ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์มีการเปลี่ยนแปลงไปหลายด้านมาก ประกอบกับผู้คนจำนวนมาก มีความชื่นชอบซื้อรถมือหนึ่งมากกว่ามือสอง ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวนี้ ปรากกฎให้เห็นมากขึ้น ในกลุ่มคนที่ชื่นชอบขับรถมือหนึ่ง ดังนั้น มันจึงเป็นเรื่องที่ดีกว่า หากนำรถที่ต้องการขาย เข้าไปรับการประเมินราคาจากผู้เชี่ยวชาญ 4.ขายรถมือสอง ให้ได้ราคาตามต้องการ ควรมีเอกสารต่าง ๆ ครบถ้วน หากมีเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับรถยนต์เอาไว้อย่างครบถ้วน ไม่เพียงแค่ช่วยให้ไม่ถูกดำเนินคดีในข้อหาความผิดต่าง ๆ จากเจ้าหน้าที่แล้ว ยังช่วยให้ได้ราคาขายที่ดีขึ้นอีกด้วย สำหรับเอกสารที่ต้องมี เช่น เอกสารการลงทะเบียนยานพาหนะ, ใบรับรองมลพิษ, ใบประกัน, พ.ร.บ. เป็นต้น.
Read More
ทุกอย่างมีข้อดีข้อเสีย การรีไฟแนนซ์รถยนต์เองก็เช่นกัน

ทุกอย่างมีข้อดีข้อเสีย การรีไฟแนนซ์รถยนต์เองก็เช่นกัน

รถยนต์
ทุกอย่างมีข้อดีข้อเสีย การรีไฟแนนซ์รถยนต์เองก็เช่นกัน             การรีไฟแนนซ์รถยนต์ คือทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการนำเงินก้อน มาใช้หมุนเวียนไปกับค่าใช่จ่ายต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้ ที่อะไรหลายอย่างก็แพงไปเสียทั้งหมด ส่งผลให้ประชาชนคนรากหญ้าลืมตาอ้าปากได้ยากเป็นอย่างยิ่ง ไหนจะต้องแบกรับกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ข้อดีของการรีไฟแนนซ์รถยนต์ 1.ช่วยลดอัตราเงินผ่อนต่อเดือนลดน้อยลงได้ ดังนั้น ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นจึงลดลงตามไปด้วย จัดเป็นการเริ่มต้นผ่อนใหม่ เพราะเงินในการผ่อนก็จะกลับไปเป็นเหมือนช่วงแรกเริ่มที่ผ่อน ซึ่งมีน้อยลงกว่าเดิม เป็นผลดีอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีรายจ่ายเยอะเกินรับไหว 2.การรีไฟแนนซ์รถยนต์ จะได้รับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ครั้งใหม่ที่ลดน้องลงกว่าเดิม กล่าวคือ มีอัตราการจ่ายดอกเบี้ยที่ถูกลงกว่าเดิมนั่นเอง จึงช่วยลดรายจ่ายต่อเดือนลงไปได้อีกพอสมควร 3.โอกาสที่จะได้รับเงินส่วนต่าง ซึ่งนำมาใช้จ่ายในยามฉุกเฉินได้ เนื่องจาก เมื่อกู้เงินและเอารถไปค้ำประกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะได้รับเงินก้อนในราคารถของกลับคืน เมื่อได้เงินมาแล้วเราสามารถเอาไปหมุนหรือใช้จ่ายอย่างอื่นภายในครอบครัวหรือในชีวิตประจำวันได้อีก ซึ่งก็เป็นผลดีสำหรับคนที่มีหนี้สินจากที่อื่น ทางเลือกในการรีไฟแนนซ์รถยนต์ 1.ธนาคารหรือสถาบันการเงินเดิม แต่ควรศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ให้ดี เช่น เงื่อนไขหรืออัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน หรือการประเมินราคารถยนต์ 2.ธนาคารหรือสถาบันการเงินแห่งใหม่ ที่มีเงื่อนไขต่าง ๆ ตอบโจทย์กับความต้องการ ข้อเสียของการรีไฟแนนซ์รถยนต์ หากตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ว่าจะทำการรีไฟแนนซ์รถยนต์ ควรทำใจยอมรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะต้องตามมา มีระยะเวลาผ่อนชำระนานขึ้น หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดำเนินเรื่อง หรือในบางครั้งก็อาจมีค่าปรับในการไถ่ถอนก่อนกำหนด และมีความยุ่งยากในการเตรียมเอกสารเกี่ยวกับรายได้ของผู้กู้อีกด้วย เมื่อพิจารณาขั้นตอนต่าง ๆ อย่างถ่องแท้ แล้วคิดว่าวิธีนี้ คือทางออกในการกอบกู้สถานการณ์ด้านการเงินที่ดีที่สุด ก็เริ่มดำเนินการได้เลยทันที ทั้งนี้ การประเมินรายรับรายจ่ายต่าง ๆ ไปพร้อมกับการวางแผนการเงินที่เป็นไปอย่างรัดกุม นับเป็นสิ่งสำคัญประการแรก ที่สามารถช่วยให้ทุกจังหวะชีวิตเป็นไปอย่างปกติและราบรื่น ซึ่งต้องไม่ลืมเด็ดขาด ว่า “การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ” ก่อนลาจากกันไป ก็ขออวยพรให้คนที่มีหนี้ ผ่านพ้นกับเหตุกาณณ์แย่ ๆ ไปได้ด้วยดี.
Read More
5 รถ SUV/PPV ที่คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุดในขณะนี้

5 รถ SUV/PPV ที่คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุดในขณะนี้

รถยนต์
แม้ว่าในปัจจุบัน รถเก๋งจะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่รถ SUV และ PPV ก็ยังเป็นรถประเภทที่ได้รับความนิยมรองลงมา ด้วยความกว้างขวางและสามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ มีหลายที่นั่ง จุคนได้เยอะกว่ารถเก๋งธรรมดา และยังสามารถขนของได้จำนวนมากกว่า เป็นรถที่เหมาะสำหรับครอบครัวหลายคน เรียกได้ว่าใช้งานได้แบบอเนกประสงค์เลยทีเดียว เราจึงจัดอันดับรถ SUV/PPV ที่ราคาคุ้มค่าทั้งหมด 5 คันมาเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจสำหรับผู้ที่กำลังสนใจหาซื้อหรือกำลังดูๆไว้เผื่อใช้ในอนาคต จาก 5 แบรนด์ที่น่าเชื่อถือและการันตีคุณภาพ 1. Isuzu MU-X 1.9 Ddi CD A/T 2017 ราคา 1,099,000 บาท เน้นความสปอร์ตหรู มาพร้อมขุมพลัง "บลูเพาเวอร์" เครื่องยนต์ 1.9 Ddi Blue Power ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,600 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้สมรรถนะพอตัว ได้ความประหยัดมากขึ้น แม้เป็นรุ่นล่างสุด แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายในระดับมาตรฐานแค่นี้ก็สุดคุ้มกับราคาที่จ่ายแล้ว 2. Toyota Fortuner 2.4G MT 2017 ราคา 1,239,000 บาท นับเป็นรถอเนกประสงค์รุ่นล่างสุดที่มาในเกียร์ธรรมดา ไม่ต้องกลัวเมื่อยเข่าซ้าย และใช้งานได้ดียิ่งขึ้นเมื่อขับขี่ในเส้นทาง Off-Road และในไร่หรือสวน พร้อมความประหยัดบำรุงรักษาต่ำ แต่ขับได้สนุกกว่าเกียร์อัตโนมัติด้วยพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,000 รอบ/นาที เกียร์ธรรมดา 6 สปีด   3. Chevrolet Trailblazer 2.5 VGT LT 4X2 2017 ราคา 1,244,000 บาท รถ SUV สไตล์อเมริกันที่ให้ความคุ้มค่าในราคาแสนประหยัด มาพร้อมความสะดวกสบายที่ครบครัน และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบ ความจุ 2.5 ลิตร พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGT (Variable Geometry Turbocharger) ให้แรงม้าสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิด 440 นิวตัน-เมตร ที่รอบต่ำ 2,000…
Read More
มิตซูบิชิ เปิดตัวรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าไร้คนขับ ขานรับสมาร์ทอินดัสตรี

มิตซูบิชิ เปิดตัวรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าไร้คนขับ ขานรับสมาร์ทอินดัสตรี

รถยนต์
มิตซูบิชิ เปิดตัวรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าไร้คนขับ ขานรับสมาร์ทอินดัสตรี             มิตซูบิชิ โลจิสเน็กซ์ เปิดตัวนวัตดรรมล่าสุด “รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าไร้คนขับ” ขานรับเทรนด์อุตสาหกรรมโรงงาน การก่อสร้างและสาธารณูปโภคของโลก ตั้งความหวังขึ้นแท่นเป็นเบอร์ 1 โลกในตลาดรถโฟล์คลิฟท์ ทางด้านตัวแทนจำหน่ายรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าไร้คนขับในไทย “ยูไนเต็ด มอเตอร์เวิกส์” เล็งยอดขายไว้อยู่ 1,000 ล้านบาท ซึ่งตั้งความหวังไว้กับโครงการอีอีซี ที่มีต่างชาติเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก จึงอาจช่วยผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้าได้ ทั้งนี้ ประเทศไทยจัดเป็นตลาดรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าและรถโฟล์คลิฟท์พลังงานเชื้อเพลง ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งพบว่า มีความต้องการใช้รถใหม่ไม่ต่ำกว่า 9 พันคันต่อปี รองลงมาได้แก่ อินโดนีเซียและเวียดนาม เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศนี้ มีนักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนในภาคผลิตต่าง ๆ จำนสนมากขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมเติบโตอย่างต่อเนื่อง มิตซูบิชิหวังขึ้นแท่นเบอร์ 1 รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าและรถโฟล์คลิฟท์พลังงานเชื้อเพลง นาโอยูกิ มาสึมูระ รองผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท มิตซูบิชิ โลจิสเน็กซ์ ความนิยมใช้รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าในเนอุตสาหกรรมต่าง ๆ มีจำนวนพิ่มขึ้นทุกปี ประกอบกับบริษัทเริ่มให้ความสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมอัตโนมัติที่สามารถช่วยประหยัดแรงงานได้ อย่างเช่น รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าทีติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ไร้คนขับ (Auto pilot)  ที่สามารถรองรับการทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยการทำงานร่วมกับแถบแม่เหล็กและกล้อง โดยในอนาคตระบบนี้จะถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน พร้อมกับมีระยะเวลาทำงานที่สั้น ขณะเดียวกัน รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าไร้คนขับ ยังถูกยกระดับความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม ด้วยการนำซอฟต์แวร์มาใช้ พร้อมทั้งยกระดับงานวิศวกรรมให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการตั้งศูนย์ออกแบบใหม่ในญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและยุโรป เพื่อทำการศึกษาวิจัยในเรื่องของการใช้งานรถฟอร์คลิฟท์ ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศ มิตซูบิชิ มีส่วนแบ่งทางการตลาด รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าในญี่ปุ่น 34% ทั้งนี้ ตลาดรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าและรถโฟล์คลิฟท์พลังงานเชื้อเพลิงในญี่ปุ่น ของมิตซูบิชิ เป็นรอกจากโตโยต้าเท่านั้น ที่ครองส่วนแบ่งการตลาด 42% แต่ในวันข้างหน้าตัวเลขจะเพิ่มขึ้น จากผลการนำเสนอนวัตกรรม พร้อมคาดการณ์ไว้ว่าจะสามารถเพิ่มยอดขายภายในปีนี้ได้ถึง 1.5 เท่า จากปีที่ผ่านมา หรือคิดเป็นมูลค่า 1.23 แสนล้านบาท สำหรับตลาดส่งออกหลักได้แก่ สหรัฐอเมริกา ยุโรปและเอเชีย โดยภายในปี 2564 สัดส่วนจะเพิ่มเป็น 1.38 แสน ซึ่งจะขยับเป็นอันดับ 1 ในตลาดโลกได้สำเร็จ.
Read More