วิธีดูแลแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ให้ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น

Home / เครื่องยนต์ / วิธีดูแลแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ให้ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น

วิธีดูแลแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ให้ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น

วิธีดูแลแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ให้ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น

            แบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า (Traction Battery) คือวัสดุสิ้นเปลืองประเภทหนึ่งที่มีอายุการใช้งานอย่างจำกัด ซึ่งอายุการใช้งานสามารถยาวนานได้แค่ไหนนั้น ล้วนขึ้นอยู่กับคุณภาพของแบตเตอรี่และขั้นตอนการบำรุงรักษาที่ถูกวิธีเป็นหลัก

สำหรับปัจจัยหลักที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานโดยตรงของแบตเตอรี่ คือ รูปแบบการบำรุงรักษา ความถี่ของการใช้งาน และจำนวนแบตเตอรี่ที่มีความจำเป็นต้องใช้ ต่อรถหนึ่งคัน รวมถึงความถี่ในการชาร์จแบตเตอรี่ด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้งหมดคือสิ่งสำคัญที่เป็นตัวกำหนดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่

วิธีปฏิบัติที่ผิดหลัก ในขณะปฏิบัติงานและบำรุงรักษาแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า

1.เติมน้ำกลั่นจน “มาก” หรือ “น้อย” กว่าค่ามาตรฐานที่กำหนด – รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าเกือบทุกรุ่น ต้องมีการขีดค่าระดับน้ำกลั่นที่ถูกต้องและเหมาะสมเอาไว้อยู่แล้ว ไม่ควรเติมมาก-น้อยจนเกินไป หรือเติมบ่อย ๆ เนื่องจากเซลล์แบตเตอรี่จำเป็นต้องทำงานในสภาพความเข้มขนของกรดที่มีความเหมาะสมเท่านั้น หากเติมน้ำกลั่นมาก หรือน้อยเกินไป ก็ส่งผลให้ค่าความเข้มข้ยลดต่ำและเพิ่มสูงขึ้นได้ จนทำประสิทธิภาพแบตเตอรี่ด้อยลง

2.ใช้งานจนพลังงานแบตเตอรี่ต่ำกว่าที่กำหนด – ถ้าไม่อยากให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วกว่าที่กำหนดเอาไว้ ก็ห้ามปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยงจนเครื่องดับ ต้องชาร์จทันทีเมื่อแบตเตอรี่เหลือน้อย โดยปกติได้กำหนดไว้ว่าห้ามเหลือต่ำกว่า 20% ควรสังเกตุระดับพลังงานแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ หากพบว่าระดับพลังงานลดลงถึงกำหนดเมื่อไหร่ ต้องรีบชาร์จทันที หากฝืนใช้อย่างต่อเนื่องก็ส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพไวกว่าเดิมได้

3.ไม่ตรวจวัดค่าความถ่วงจำเพาะของน้ำกรดในแบตเตอรี่ – ห้ามละเลยขั้นตอนนี้เป็นอันขาด เพราะแบตเตอรี่ต้องทำงานในสภาพค่าความเข้มข้นของกรดที่เหมาะสม นั่นหมายถึงค่าความถ่วงจำเพาะ หากค่านี้ลดลง หรือเพิ่มสูงขึ้นเกินค่ามาตรฐาน นอกจากส่งผลเสียต่อศักยภาพของแบตเตอรี่แล้ว ยังทำให้เกิดความเสื่อมในเซลล์แบตเตอรี่อีกด้วย

4.ชาร์จแบตฯเสร็จแล้ว นำรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าไปใช้งานทันที – ในขณะชาร์ตแบตเตอรี่ จะมีความร้อนเกิดขึ้นและเพิ่มปริมาณสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงระดับสูงสุด ซึ่งยังสภาพนั้นไปจนกว่าการชาร์จเสร็จสิ้นลง โดยส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 8 – 24 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง หากนำไปใช้งานทันที กระบวนการจ่ายไฟที่เกิดขึ้นในเซลล์แบตเตอรี่ก็ทำให้เกิดพลังงานความร้อนขึ้นด้วยเช่นกัน

5.ก็บแบตเตอรี่ไว้นาน ไม่ได้ใช้ และขาดการดูแล – ขณะปฏิบัติงานจริงจำเป็นต้องมีแบตเตอรี่สำรองจำนวนมากเพียงพอ เทียบกับช่วงเวลาเร่งรีบที่สุด ดังนั้นก็มีโอกาสที่แบตเตอรี่บางส่วนถูกเก็บเอาไว้ และไม่ถูกนำมาใช้งานเป็นเวลานาน ซึ่งแบตเตอรี่กลุ่มนี้ต้องได้รับการดูแลเช่นเดียวกับแบตฯของรถที่ถูกใช้งาน ไม่เช่นนั้นก็ยิ่งทำให้อายุของแบตลดน้อยลงกว่าเกิมได้

วิธีชาร์จแบตเตอรี่ที่ถูกต้องของรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า

1.ห้ามทำให้เกิดประกายไฟขณะในขณะชาร์จทุกกรณี เพราะแบตเตอรี่มีส่วนที่ติดไฟได้ง่ายรวมอยู่ด้วย

2.ชาร์จแบตเตอรี่ทันที่ ในขณะที่ไฟคงเหลือถึงขีดที่กำหนด ห้ามฝืนใช้เกินกำหนด

3.ก่อนดำเนินการการชาร์จไฟเพิ่ม ต้องตรวจวัดให้แน่ใจก่อนว่าค่าน้ำกรดนั้น มีไม่ต่ำกว่า 1.14

4.คอยดูแลเรื่องของอุณหภูมิแบตเตอรี่ขณะทำการชาร์จด้วย โดยรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าต้องมีอุณหภูมิของแบตไม่เกินไปกว่า 50 องศาเซลเซียส.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความ http://www.ti-techin.com/