มิตซูบิชิ เปิดตัวรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าไร้คนขับ ขานรับสมาร์ทอินดัสตรี

Home / รถยนต์ / มิตซูบิชิ เปิดตัวรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าไร้คนขับ ขานรับสมาร์ทอินดัสตรี

มิตซูบิชิ เปิดตัวรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าไร้คนขับ ขานรับสมาร์ทอินดัสตรี

มิตซูบิชิ เปิดตัวรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าไร้คนขับ ขานรับสมาร์ทอินดัสตรี

            มิตซูบิชิ โลจิสเน็กซ์ เปิดตัวนวัตดรรมล่าสุด “รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าไร้คนขับ” ขานรับเทรนด์อุตสาหกรรมโรงงาน การก่อสร้างและสาธารณูปโภคของโลก ตั้งความหวังขึ้นแท่นเป็นเบอร์ 1 โลกในตลาดรถโฟล์คลิฟท์

ทางด้านตัวแทนจำหน่ายรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าไร้คนขับในไทย “ยูไนเต็ด มอเตอร์เวิกส์” เล็งยอดขายไว้อยู่ 1,000 ล้านบาท ซึ่งตั้งความหวังไว้กับโครงการอีอีซี ที่มีต่างชาติเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมาก จึงอาจช่วยผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้าได้

ทั้งนี้ ประเทศไทยจัดเป็นตลาดรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าและรถโฟล์คลิฟท์พลังงานเชื้อเพลง ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งพบว่า มีความต้องการใช้รถใหม่ไม่ต่ำกว่า 9 พันคันต่อปี รองลงมาได้แก่ อินโดนีเซียและเวียดนาม เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศนี้ มีนักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนในภาคผลิตต่าง ๆ จำนสนมากขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมเติบโตอย่างต่อเนื่อง

มิตซูบิชิหวังขึ้นแท่นเบอร์ 1 รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าและรถโฟล์คลิฟท์พลังงานเชื้อเพลง

นาโอยูกิ มาสึมูระ รองผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท มิตซูบิชิ โลจิสเน็กซ์ ความนิยมใช้รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าในเนอุตสาหกรรมต่าง ๆ มีจำนวนพิ่มขึ้นทุกปี ประกอบกับบริษัทเริ่มให้ความสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมอัตโนมัติที่สามารถช่วยประหยัดแรงงานได้

อย่างเช่น รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าทีติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ไร้คนขับ (Auto pilot)  ที่สามารถรองรับการทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยการทำงานร่วมกับแถบแม่เหล็กและกล้อง โดยในอนาคตระบบนี้จะถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน พร้อมกับมีระยะเวลาทำงานที่สั้น

ขณะเดียวกัน รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าไร้คนขับ ยังถูกยกระดับความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม ด้วยการนำซอฟต์แวร์มาใช้ พร้อมทั้งยกระดับงานวิศวกรรมให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการตั้งศูนย์ออกแบบใหม่ในญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและยุโรป เพื่อทำการศึกษาวิจัยในเรื่องของการใช้งานรถฟอร์คลิฟท์ ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศ

มิตซูบิชิ มีส่วนแบ่งทางการตลาด รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าในญี่ปุ่น 34%

ทั้งนี้ ตลาดรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าและรถโฟล์คลิฟท์พลังงานเชื้อเพลิงในญี่ปุ่น ของมิตซูบิชิ เป็นรอกจากโตโยต้าเท่านั้น ที่ครองส่วนแบ่งการตลาด 42% แต่ในวันข้างหน้าตัวเลขจะเพิ่มขึ้น จากผลการนำเสนอนวัตกรรม พร้อมคาดการณ์ไว้ว่าจะสามารถเพิ่มยอดขายภายในปีนี้ได้ถึง 1.5 เท่า จากปีที่ผ่านมา หรือคิดเป็นมูลค่า 1.23 แสนล้านบาท สำหรับตลาดส่งออกหลักได้แก่ สหรัฐอเมริกา ยุโรปและเอเชีย โดยภายในปี 2564 สัดส่วนจะเพิ่มเป็น 1.38 แสน ซึ่งจะขยับเป็นอันดับ 1 ในตลาดโลกได้สำเร็จ.